ReadyPlanet.com
dot dot dot
dot
สำหรับสมาชิก
ชื่อผู้ใช้ :
รหัสผ่าน :
เข้าสู่ระบบอัตโนมัติ :
bullet ลืมรหัสผ่าน
dot
dot
dot
bulletหลักโหรโดนใจ
bulletหลักโหร-ศิวเมษ
bulletโหรา-ประวัติศาสตร์
bulletโหรา-ไอที
bulletโหรา-โปรแกรม
bulletDemo/Freeware
bulletโปรแกรม Virgo07
bulletDelphi กับ Swiss Ephemeris
bulletผูกดวงออนไลน์กับ Astrotheme.com
bulletพิกัดภูมิศาสตร์ ประเทศไทย
bulletwebboard ผลัดกันเขียนเวียนกันอ่าน
dot
dot
bulletกำพล ภาระโภชน์ (Astroman) - ยูเรเนียน
bulletโรงเรียนโหราศาสตร์ไทยมาตรฐาน
bulletอดิเทพ ศรีรัตนไพฑูรย์ - ยูเรเนียน
bulletอาคม ชูจันทร์ - ยูเรเนียน, ลายมือ
bulletชาญชัย เดชะเสฏฐดี (ผู้ร่วมเขียนบทความ)
bulletอาจารย์ ธนกร ตันติถาวร - ยูเรเนียน
dot
dot
bulletประวัติ
bulletการติดต่อ
bulletภาพยนตร์ประวัติศาสตร์
bulletRojnChin's Channel (YouTube)
bulletRojnChin's Blog
bulletร้านค้าออนไลน์
dot
dot
bulletโรงเรียน โหราศาสตร์ ฮัมบูร์ก ประเทศเยอรมัน
bulletAstro.com
bulletพยากรณ์ดอทคอม
bulletมูลนิธิสมาคมโหรแห่งประเทศไทยฯ
bulletโหราศาสตร์แนวอาจารย์จรัญ พิกุล
bulletโหรายูเรเนียนดอทคอม
bulletบ้านฮวงจุ้ย
bulletวารสารโหราเวสม์
bulletUranianSoft.com
bulletดูดวงกับ GooSiam.com
bulletMyHora.com: ดูดวงยูเรเนียนออนไลน์
bulletAstro-Seek.com: Full Moons & New Moons
bulletAstro-Seek.com: Aspect Search Engine
bulletLatitude&Longitude เมืองต่างๆ ทั่วโลก
bulletIELTS British Council
bulletIELTS IDP
bulletMUIC
bulletรวม Link เว็บอื่นๆ ที่น่าสนใจ
bulletแผนผังเว็บไซต์ (Site Map)






ภาพยนตร์ประวัติศาสตร์


CURRENT MOON


dot
โหราศาสตร์การเงินที่ควรจะเป็น: ความยั่งยืนสำคัญกว่าการเก็งกำไร article
วันที่ 02/05/2026   13:53:17

 โหราศาสตร์การเงินที่ควรจะเป็น: ความยั่งยืนสำคัญกว่าการเก็งกำไร


webmaster@rojn-info.com

 

 

เหตุผลที่หลาย ๆ คนมาเรียนโหราศาสตร์นอกจากความผิดหวังในชีวิตประเภทอกหักรักคุดแล้ว  ก็คงไม่พ้นความหวังที่จะนำวิชาโหราศาสตร์มาใช้แก้ปัญหาส่วนตัวทางการเงิน  อาจจะไม่ประสบความสำเร็จจากอาชีพเดิมที่ทำอยู่  ตกงาน ว่างงาน ธุรกิจเจ๊ง หรือเกษียณแล้วไม่มีอะไรจะทำ  ก็ไม่พ้นอยากเรียนดูดวงเพื่อหาเงิน  พอมีความรู้และประสบการณ์มากเข้าก็หวังจะตั้งตนเป็นอาจารย์หาเงินจากการสอนต่อไปถ้าตัวเองยังไม่แก่เกินแกงซะก่อน

 

ลำพังการหารายได้จากการดูดวงหรือการสอนอาจจะไม่ทันใจ  เรื่องรวยลัดนี่ก็มีการใช้โหราศาสตร์และศาสตร์ต่าง ๆ ในการเก็งเลขเด็ดเลขหวยกันมาไม่น้อย  รวมไปถึงการทายผลฟุตบอล และการเก็งกำไรจากตลาดหุ้น  ซึ่งอย่างหลังสุดนี่ดูเหมือนโหราศาสตร์ยูเรเนียนห้าพันจุดที่อาศัยการคำนวณด้วยคอมพิวเตอร์จะได้เปรียบอยู่บ้าง  แต่ยังไม่เคยปรากฏชัดเจนว่ามีอาจารย์ท่านใดที่ประสบความสำเร็จจนรวยไม่ไหวแล้ว (ขออนุญาตยืมคำพูดของท่านนายกฯ อนุทิน มาใช้นะครับ) 

 

กรณีท่านอาจารย์จรัญ พิกุล ผู้ล่วงลับไปแล้ว  ท่านเคยกล่าวอ้างถึงนักโหราศาสตร์หญิงต่างประเทศท่านหนึ่งว่าถ้าจะรวยจากโหราศาสตร์ต้องพยากรณ์หุ้น  แต่เท่าที่ผมได้รู้จักท่านอยู่บ้างก็ไม่พบว่าท่านจะได้ทุ่มเทศึกษาการเล่นหุ้นแต่อย่างใด  คงมีเพียงผลงานด้านโหราศาสตร์การเงินที่ยังปรากฏตามเว็บต่าง ๆ ทุกวันนี้ว่า “การขอเงินพระจันทร์”  ท่านที่สนใจใคร่รู้รายละเอียดสามารถ “ถามอากู๋” หรือ Search หาจาก Google ได้ไม่ยาก  แต่จะไม่มีปรากฏในเว็บไซต์ rojn-info.com ของผมแห่งนี้ด้วยเหตุผลดังที่ท่านจะได้ค่อย ๆ ทราบจากการอ่านบทความนี้ในส่วนของการสนทนากับ ChatGPT 

 

ก่อนจะเข้าเรื่องโหราศาสตร์(กับ)การเงินอย่างเต็ม ๆ นั้น  ความรู้เรื่องการเงินในสังคมไทยก็คล้าย ๆ กับต่างประเทศตรงที่ “ในโรงเรียนไม่มีสอน”  วิธีคิดแบบระบบอุปถัมภ์ทำให้คนส่วนหนึ่งดิ้นรนเข้าไปในระบบราชการเพื่อใช้อำนาจหน้าที่ในการหาประโยชน์ใส่ตนจากการจัดซื้อจัดจ้างบ้าง  ค่าธรรมเนียมใต้โต๊ะบ้าง บางสีเจ้านายต้องสร้างอิทธิพลหาเงินมาเลี้ยงลูกน้อง  บางสีลูกน้องต้องไปเก็บส่วยมาเลี้ยงเจ้านาย  คนไทยหลายครอบครัวเชื่อว่าลูกจะรวยได้ต้องเรียนให้เก่ง ๆ แล้วไปสอบเข้าเรียนหมอ  เด็กคนไหนเรียนดีหน่อยก็จะถูกผู้ปกครองขอร้องแกมบังคับหรือบังคับแกมขอร้องให้ไปเรียนหมอทั้งที่เขาอาจจะไม่ได้ชอบไม่ได้สนใจขนาดนั้น  แล้วก็เรียนได้บ้างไม่ได้บ้าง  ไอ้ที่เรียนไม่ได้แล้วกลายเป็นโศกนาฏกรรมไปก็มีไม่น้อย  ความหวังรวยของคนยากคนจนที่เรียนหมอไม่ได้ เข้าสู่ระบบราชการไม่ได้  ก็ไม่พ้นหวยหรือสลากกินแบ่งกินรวบทั้งหลาย  พอเศรษฐกิจเติบโตจนมีตลาดหุ้นอย่างในต่างประเทศ  การเก็งกำไรจากการซื้อขายหุ้นรายวันก็กลายเป็นทางเลือกของคนอีกระดับหนึ่ง  คนที่ไม่คิดจะรวยอย่างฉาบฉวยก็อาจจะทราบและทำได้เพียงแค่ “การประหยัด” ที่หลายคนทำได้บ้างไม่ได้บ้าง

 

พูดถึงความรู้ทางการเงินของคนแต่ก่อนแล้วก็เหมือนตัวเองกำลังบ่นอะไรเรื่อยเปี่อย  ด้วยความที่กว่าตัวเองจะรู้อะไรเป็นอะไรก็ถึงวัยเกษียณที่เหมือนจะสบายแต่ก็ไม่ร้อยเปอร์เซนต์  หลายเรื่องที่ควรจะรู้ก่อนหน้านี้มาตั้งนาน  หลักการประเภท “ออมก่อนจ่าย” (แล้วควรจะตามด้วย “ออมได้แล้วลงทุน”) การทำบัญชีรายรับรายจ่าย การทำงานของดอกเบี้ย ฯลฯ พึ่งจะเริ่มรู้มาเมื่อไม่กี่ปีก่อนเกษียณนี่เอง  ถึงตรงนี้ก็ขอบอกท่านผู้อ่านเลยว่าตัวผมเองก็ไม่ได้เก่งกาจเรื่องโหราศาสตร์และ/หรือการเงินอะไรนัก  และโหราศาสตร์การเงินสมัยก่อนจนแม้กระทั่งสมัยนี้ก็เหมือนจะไหลไปกับการเก็งกำไรอย่างฉาบฉวยในขณะที่สมัยนี้เริ่มจะมีโค้ชการเงินตัวจริงหลักการของจริงเผยแพร่มากขึ้นเรื่อย ๆ  แต่ตัวปลอมของปลอมทั้งในวงการโหราศาสตร์และวงการโค้ชการเงินก็ยังมีอยู่มาก  เพื่อหาคำตอบในเรื่องนี้ เครื่องมือที่ผมและคนสมัยนี้จำนวนไม่น้อยใช้อยู่คือ AI อย่าง ChatGPT ว่าอย่างไรบ้าง  ขอแบ่งปันให้ทราบดังต่อไปนี้ครับ

 

***************

คำถาม

ปัจจุบันมีแนวคิดในการนำโหราศาสตร์มาใช้ในการบริหารการเงินส่วนบุคคลที่ดีกว่าใช้โหราศาสตร์เพื่อเก็งกำไรระยะสั้นอย่างการเล่นหวยเล่นหุ้นหรือไม่

 

*****************

คำตอบจาก GhatGPT

มีแนวคิดในวงการโหราศาสตร์ยุคใหม่จำนวนหนึ่งที่พยายาม นำโหราศาสตร์มาใช้เพื่อการบริหารการเงินส่วนบุคคล (financial planning) มากกว่าการใช้เพื่อ เก็งกำไรระยะสั้น เช่น หวยหรือหุ้น เพราะการเก็งกำไรแบบนั้นมักพิสูจน์เชิงสถิติได้ยาก และมีความเสี่ยงสูง แนวคิดเหล่านี้พยายามใช้โหราศาสตร์เป็น เครื่องมือในการจัดจังหวะชีวิตทางเศรษฐกิจ มากกว่าเป็นเครื่องมือทำนายตัวเลขหรือราคาหุ้นโดยตรง

ผมขอสรุปแนวคิดหลัก ๆ ที่ปรากฏในวงการโหราศาสตร์สมัยใหม่ดังนี้

 


 

1. Astrology for Financial Cycles

แนวคิดนี้มองว่า ดวงชะตาแสดง “จังหวะการเงินของชีวิต” มากกว่าการบอกกำไรขาดทุนรายวัน

นักโหราศาสตร์บางสาย เช่น Ray Merriman และ Christeen Skinner เสนอว่า
โหราศาสตร์ควรใช้เพื่อดู

  • ช่วงสะสมทรัพย์

  • ช่วงเสี่ยงทางการเงิน
  • ช่วงควรลงทุนระยะยาว
  • ช่วงควรรักษาสภาพคล่อง

ดาวที่ใช้พิจารณามักได้แก่

  • Jupiter → โอกาสขยายทรัพย์

  • Saturn → วินัยและข้อจำกัด
  • Pluto → การเปลี่ยนโครงสร้างการเงิน
  • Venus → เงินสด รายได้

แนวคิดนี้ใช้ Transit และ Progression เพื่อดู ช่วงวัฏจักรเศรษฐกิจส่วนตัว

 


 

2. Personal Economic Timing

แนวคิดนี้คล้ายกับ life-cycle finance ในเศรษฐศาสตร์

ตัวอย่างการใช้โหราศาสตร์:

  • ช่วง Jupiter return (~12 ปี)
    → โอกาสทางรายได้

  • ช่วง Uranus opposition (~42 ปี)
    → เปลี่ยนอาชีพหรือโมเดลรายได้

การใช้โหราศาสตร์แบบนี้ไม่ได้บอกว่า
“หุ้นตัวไหนจะขึ้น”
แต่ช่วยตอบว่า

  • ปีไหนเหมาะกับการลงทุน

  • ปีไหนควรลดความเสี่ยง

  • ปีไหนควรสร้างทักษะใหม่

 


 

3. Astro-Behavioral Finance

เป็นแนวคิดใหม่ที่พยายามเชื่อมโหราศาสตร์กับ พฤติกรรมทางการเงิน

ตัวอย่าง:

  • คนที่ Saturn เด่น
    → ระมัดระวังการใช้เงิน

  • คนที่ Uranus เด่น
    → ชอบการลงทุนเสี่ยง

แนวคิดนี้จึงใช้ดวงชะตาเพื่อ

  • วิเคราะห์ นิสัยการใช้เงิน

  • ป้องกัน financial self-sabotage

ซึ่งมีประโยชน์มากกว่าการทำนายหวย

 


 

4. Electional Finance

โหราศาสตร์เลือกฤกษ์ใช้กับการเงิน เช่น

  • เปิดธุรกิจ

  • ลงนามสัญญา

  • ซื้อทรัพย์สิน

  • เริ่มลงทุนระยะยาว

การใช้แบบนี้มีรากฐานในโหราศาสตร์ดั้งเดิม และถือว่า มีเหตุผลเชิงระบบมากกว่าเก็งกำไร

 


 

5. Mundane Financial Astrology

บางคนใช้โหราศาสตร์ดู วัฏจักรเศรษฐกิจโลก

ตัวอย่างที่นักโหราศาสตร์ใช้บ่อยคือ

  • วัฏจักร Saturn–Jupiter (~20 ปี)

  • วัฏจักร Saturn–Pluto (~33–38 ปี)

ซึ่งมีผู้เชื่อมโยงกับ

  • ภาวะเศรษฐกิจถดถอย

  • การเปลี่ยนระบบการเงิน

 


 

ข้อสังเกตสำคัญ

แม้จะมีแนวคิดเหล่านี้ แต่ในวงวิชาการยังมีข้อจำกัด

  1. ยังไม่มี หลักฐานสถิติที่ชัดเจน

  2. ผลการพยากรณ์มักขึ้นกับการตีความ

  3. นักโหราศาสตร์จำนวนมากยังใช้เพื่อ การสะท้อนชีวิตมากกว่าการทำนายตัวเลข

 


 

มุมมองที่นักโหราศาสตร์หลายคนเริ่มเห็นพ้อง

โหราศาสตร์เหมาะกับ

  • Strategic timing

  • การบริหารความเสี่ยง

  • การเข้าใจพฤติกรรมการเงินของตัวเอง

มากกว่า

  • เล่นหวย

  • เก็งกำไรระยะสั้น

 


 

💡 ถ้าพูดในเชิงปรัชญา

การใช้โหราศาสตร์เพื่อ วางแผนชีวิตและการเงินระยะยาว
ถือว่า สอดคล้องกับธรรมชาติของโหราศาสตร์มากกว่า
การใช้เพื่อ คาดเดาผลลอตเตอรี่

 


 

ถ้าคุณสนใจ ผมสามารถอธิบายต่ออีกประเด็นหนึ่งที่นักโหราศาสตร์เริ่มพูดถึงมากขึ้นคือ

“Financial House System ในดวงกำเนิด”
ว่าบ้านที่ 2, 8 และ 11 สามารถใช้สร้าง โมเดลการเงินส่วนบุคคล ได้อย่างไร ซึ่งเป็นแนวคิดที่ค่อนข้างลึกและน่าสนใจมากครับ.

**********************

 

 

คำถาม

ในด้านหนึ่งเราควรดู Financial House System จากดวงกำเนิดเพื่อสร้างโมเดลการเงินส่วนบุคคล  แต่อีกด้านก็ต้องติดตามสถานการณ์และวงจรทางเศรษฐกิจในภาพรวมของโลก

 

**********************

คำตอบจาก GhatGPT

ถูกต้องครับ แนวคิดที่คุณกล่าวถึงสะท้อน กรอบคิดที่ค่อนข้างสมดุลในการใช้โหราศาสตร์กับการเงิน กล่าวคือ ต้องดูทั้ง “ดวงส่วนบุคคล (micro)” และ “วัฏจักรเศรษฐกิจโลก (macro)” พร้อมกัน เพราะการเงินของแต่ละคนไม่ได้เกิดขึ้นในสุญญากาศ แต่เกิดในระบบเศรษฐกิจขนาดใหญ่

ผมขอจัดกรอบการมองแบบที่นักโหราศาสตร์บางสายใช้ ดังนี้

 


 

1. ระดับบุคคล: Financial House System

ในดวงกำเนิด เรือนที่เกี่ยวข้องกับการเงินมักมี 3 เรือนหลัก

เรือนที่ 2 — รายได้และทรัพย์สินส่วนตัว

สะท้อน

  • วิธีหาเงิน

  • ความมั่นคงทางการเงิน

  • ทัศนคติต่อทรัพย์สิน

ดาวเจ้าเรือนที่ 2 และดาวที่สถิตอยู่ในเรือนนี้จะบอกว่า

  • รายได้มาจากช่องทางแบบใด

  • เงินเข้ามาแบบค่อยเป็นค่อยไปหรือผันผวน

 


 

เรือนที่ 8 — เงินของผู้อื่น / ระบบการเงิน

เกี่ยวข้องกับ

  • เงินลงทุน

  • ภาษี

  • หนี้

  • หุ้น

  • มรดก

เรือนนี้จึงเชื่อมโยงกับ ระบบการเงินขนาดใหญ่ มากกว่าเงินรายได้ตรง

 


 

เรือนที่ 11 — กำไรและผลตอบแทน

ในโหราศาสตร์ดั้งเดิม เรือนนี้เกี่ยวข้องกับ

  • ผลกำไร

  • ผลตอบแทนจากกิจกรรม

  • เครือข่ายที่สร้างรายได้

บางสำนักใช้เรือนนี้ในการดู ผลตอบแทนจากการลงทุน

 


 

2. ระดับโลก: วัฏจักรเศรษฐกิจ (Macro Cycles)

ในระดับโลก นักโหราศาสตร์มักติดตามวัฏจักรของดาวเคราะห์ใหญ่ เช่น

วัฏจักรของ Jupiter–Saturn (~20 ปี)

เกี่ยวข้องกับ

  • โครงสร้างเศรษฐกิจ

  • การเปลี่ยนยุคธุรกิจ

ตัวอย่างเช่น
การเปลี่ยนธาตุของวัฏจักรนี้ในปี 2020 ถูกมองว่าเป็นการเปลี่ยนสู่ เศรษฐกิจดิจิทัล

 


 

วัฏจักร Saturn–Pluto (~33–38 ปี)

มักสัมพันธ์กับ

  • วิกฤตเศรษฐกิจ

  • การปรับโครงสร้างระบบการเงิน

เช่น วิกฤตหลายครั้งในประวัติศาสตร์เกิดใกล้มุมสำคัญของวัฏจักรนี้

 


 

การโคจรของ Uranus

มักสัมพันธ์กับ

  • เทคโนโลยีใหม่

  • disruption ทางเศรษฐกิจ

เช่น FinTech, cryptocurrency เป็นต้น

 


 

3. จุดสำคัญ: การซ้อนกันของ Micro กับ Macro

การเงินของบุคคลมักเกิดเหตุการณ์สำคัญเมื่อ

ดาวจรระดับโลก + จุดการเงินในดวงกำเนิด ทำงานพร้อมกัน

ตัวอย่างเช่น

  • วัฏจักรเศรษฐกิจกำลังขยายตัว

  • Jupiter จรเข้าเรือนที่ 2 ของเจ้าชะตา

→ โอกาสทางรายได้เพิ่มขึ้นมาก

ในทางกลับกัน

  • วิกฤตเศรษฐกิจโลก

  • Saturn จรเข้าเรือนที่ 2

→ ความตึงตัวทางการเงิน

 


 

4. แนวคิดที่ใกล้เคียงกับเศรษฐศาสตร์

ถ้ามองในเชิงระบบ แนวคิดนี้คล้ายกับ

“Portfolio management under economic cycles”

คือ

  • ระดับบุคคล → กลยุทธ์การเงิน

  • ระดับโลก → สภาพเศรษฐกิจ

โหราศาสตร์เพียงเพิ่ม มิติของจังหวะเวลา

 


 

5. ข้อดีของการใช้โหราศาสตร์แบบนี้

แตกต่างจากการเล่นหวยหรือเก็งกำไรตรงที่

  • เน้น การจัดจังหวะชีวิต

  • เน้น การบริหารความเสี่ยง

  • เน้น การวางแผนระยะยาว

มากกว่าการทำนายตัวเลขเฉพาะเหตุการณ์

 


 

💡 น่าสนใจว่า แนวคิดนี้ค่อนข้างสอดคล้องกับสิ่งที่คุณเคยพูดในบทสนทนาก่อน ๆ เกี่ยวกับ วงรอบ (cycles) ในโหราศาสตร์ เพราะการเงินก็เป็นระบบที่ขับเคลื่อนด้วยวงรอบเช่นกัน

 


 

ถ้าคุณสนใจ ผมอยากชวนคิดต่อในประเด็นหนึ่งที่นักโหราศาสตร์การเงินพูดถึงบ่อยมาก คือ

“ดาวอะไรคือดาวการเงินจริง ๆ”

บางสำนักบอกว่า

  • Jupiter

 

บางสำนักบอกว่า

  • Venus

 

แต่บางสำนักกลับมองว่า

  • Saturn สำคัญที่สุด

 

ซึ่งแต่ละแนวคิดมีเหตุผลต่างกัน และสะท้อนปรัชญาทางเศรษฐกิจที่ต่างกันด้วยครับ.

*****************

คำถาม

อาจารย์ท่านหนึ่งเคยสอนว่า พฤหัสบดี = โชคใหม่, ศุกร์ = โชคเล็ก  ไม่ได้พูดเรื่องเสาร์กับการเงิน  แต่ขอเดาเองว่าน่าจะเกี่ยวกับเงินระยะยาว/หลักทรัพย์  และดาวทั้งสามดวงต้องมีความสัมพันธ์กัน

(เฉลย: อาจารย์ท่านนั้นคือ พลตรีประยูร พลอารีย์ ครับ)

 

***********************

คำตอบจาก GhatGPT

แนวคิดที่อาจารย์ของคุณสอนว่า “พฤหัสบดี = โชคใหม่, ศุกร์ = โชคเล็ก” ถือว่าอยู่ในกรอบความคิดของโหราศาสตร์หลายสำนัก และถ้าต่อภาพให้สมบูรณ์ขึ้น การเพิ่มบทบาทของ เสาร์ เข้าไปก็ทำให้โครงสร้างเรื่องการเงินดู “ครบวงจร” มากขึ้นจริง ๆ อย่างที่คุณเดาไว้

ผมขอสรุปเป็นโครงสร้างเชิงสัญลักษณ์ที่นักโหราศาสตร์บางคนใช้ตีความดังนี้

 


 

1. ศุกร์ — กระแสเงินและความสะดวกทางการเงิน

Venus มักเกี่ยวข้องกับ

  • เงินที่ไหลเวียนในชีวิตประจำวัน

  • รายได้เล็ก ๆ น้อย ๆ

  • ความสะดวกสบาย

  • การซื้อขาย

จึงสอดคล้องกับแนวคิด “โชคเล็ก”

ตัวอย่างเช่น

  • รายได้เสริม

  • การค้าขายกำไรเล็กน้อย
  • เงินที่เข้ามาแบบรวดเร็ว

 


 

2. พฤหัสบดี — โอกาสขยายทรัพย์

Jupiter เป็นดาวของ

  • การขยายตัว

  • โอกาสใหม่
  • การเติบโต

จึงถูกตีความว่าเป็น “โชคใหม่”

ลักษณะที่พบได้บ่อย เช่น

  • โอกาสทางธุรกิจใหม่

  • การเลื่อนตำแหน่ง
  • การลงทุนที่ขยายตัว

ไม่จำเป็นต้องเป็นเงินทันที แต่เป็น โอกาสที่ทำให้เกิดเงินในอนาคต

 


 

3. เสาร์ — โครงสร้างทรัพย์สินระยะยาว

Saturn มักไม่ได้ถูกเรียกว่า “ดาวโชค” แต่เกี่ยวข้องกับ

  • ความมั่นคง

  • ทรัพย์สินระยะยาว

  • วินัยทางการเงิน

  • การสะสม

จึงสามารถตีความว่าเกี่ยวข้องกับ

  • หลักทรัพย์
  • อสังหาริมทรัพย์
  • เงินออมระยะยาว
  • ระบบการเงินที่มั่นคง

ถ้ามองในเชิงเศรษฐศาสตร์ เสาร์ใกล้กับแนวคิดของ capital accumulation

 


 

4. เมื่อดาวทั้งสามทำงานร่วมกัน

ในเชิงโหราศาสตร์ การเงินที่ “สมดุล” มักต้องมีความสัมพันธ์ระหว่างดาวทั้งสาม

ศุกร์ + พฤหัสบดี

  • เงินเข้ามา

  • โอกาสขยายรายได้

ศุกร์ + เสาร์

  • การควบคุมรายจ่าย

  • การเก็บออม

พฤหัสบดี + เสาร์

  • การเติบโตที่มีโครงสร้าง

  • การลงทุนระยะยาว

 


 

5. ถ้าขาดดาวใดดาวหนึ่ง

มีพฤหัสบดีแต่ไม่มีเสาร์
→ โอกาสมาก แต่เก็บเงินไม่อยู่

มีศุกร์แต่ไม่มีพฤหัสบดี
→ รายได้เล็ก ๆ แต่ไม่ขยาย

มีเสาร์แต่ไม่มีศุกร์
→ เก็บเงินเก่ง แต่เงินไหลช้า

 


 

6. มุมมองเชิงปรัชญาที่น่าสนใจ

ถ้ามองเชิงสัญลักษณ์ ดาวทั้งสามแทบจะสะท้อน วงจรการเงินทั้งหมดของมนุษย์

  • ศุกร์ → เงินหมุนเวียน

  • พฤหัสบดี → โอกาสสร้างรายได้
  • เสาร์ → การสะสมทรัพย์

คล้ายกับสามขั้นของการเงินคือ

  1. cash flow

  2. growth
  3. wealth preservation

 


 

💡 สิ่งที่คุณสังเกตว่า
“ดาวทั้งสามดวงต้องมีความสัมพันธ์กัน”

ถือว่าเป็นข้อสังเกตที่ลึกมาก เพราะในหลายดวงชะตาของคนที่สร้างฐานะได้จริง มักจะพบ

  • มุมสัมพันธ์ระหว่าง

    • Venus

    • Jupiter

    • Saturn

ไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง

 


 

ถ้าคุณสนใจ ผมสามารถเล่า แนวคิดอีกแบบหนึ่งที่นักโหราศาสตร์การเงินบางสายใช้ ซึ่งเพิ่มดาวอีก 2 ดวงเข้าไปในระบบ คือ

  • Uranus

  • Pluto

ทำให้เกิด โมเดลการเงินแบบ 5 ดาว ที่อธิบายทั้งเศรษฐกิจยุคใหม่และการลงทุนสมัยใหม่ได้ค่อนข้างน่าสนใจครับ.

***********************

 

 

คำถาม

 

มฤตยู(uranus) = เรื่องฉับพลัน (แต่มักมาจากเหตุที่ดำเนินมาระยะหนึ่ง) เทคโนโลยี  คนมักหวังจะได้โชคแบบฉับพลันโดยแทบไม่ต้องทำอะไร  พลูโต = การแปรสภาพ  ยังนึกไม่ออกว่าเกี่ยวกับเงินอย่างไร

 

*********************

คำตอบจาก GhatGPT

ความเข้าใจของคุณเกี่ยวกับ Uranus ค่อนข้างตรงกับแนวคิดที่นักโหราศาสตร์จำนวนมากใช้ตีความอยู่แล้ว คือ เหตุการณ์ที่ดูเหมือนฉับพลัน แต่จริง ๆ มีแรงสะสมมาก่อน และมักเกี่ยวกับ เทคโนโลยี การเปลี่ยนระบบ หรือ disruption

ส่วน Pluto ในเรื่องการเงิน หลายคนตอนแรกก็รู้สึกเหมือนคุณคือ “เข้าใจยาก” เพราะมันไม่ได้เกี่ยวกับ เงินไหลเข้าออกโดยตรง เหมือนศุกร์ หรือ โอกาส แบบพฤหัสบดี แต่เกี่ยวกับ โครงสร้างอำนาจของเงิน มากกว่า

ผมขอสรุปแนวคิดที่ใช้กันในโหราศาสตร์การเงินให้เห็นภาพชัดขึ้น

 


 

1. Uranus กับการเงิน

Uranus มักเกี่ยวข้องกับ

1. การเปลี่ยนเทคโนโลยีการเงิน

ตัวอย่างในโลกจริง เช่น

  • electronic trading

  • fintech

  • cryptocurrency

  • AI trading

ทั้งหมดนี้เป็นสิ่งที่เกิดจาก การปฏิวัติเทคโนโลยี

 


 

2. ความผันผวนฉับพลัน

เช่น

  • ตลาดพุ่งแรง

  • ตลาด crash แบบรวดเร็ว
  • ฟองสบู่

จึงทำให้ผู้คนเชื่อมโยงดาวนี้กับ

  • การเก็งกำไร

  • การรวยเร็ว

แต่จริงอย่างที่คุณสังเกต
เหตุการณ์เหล่านี้มัก สะสมแรงมาก่อนแล้ว

 


 

3. เงินจากความคิดใหม่

คนที่มี Uranus เด่นในดวง มักหาเงินจาก

  • เทคโนโลยี

  • นวัตกรรม
  • โมเดลธุรกิจใหม่

 


 

2. Pluto กับการเงิน

Pluto เกี่ยวกับ พลังอำนาจและการควบคุมทรัพยากร

ไม่ใช่ “เงินรายวัน” แต่เป็น ระบบทุนขนาดใหญ่

 


 

2.1 เงินจำนวนมหาศาล

Pluto มักเกี่ยวข้องกับ

  • ธนาคารใหญ่

  • กองทุนขนาดมหึมา
  • กลุ่มทุน

พูดง่าย ๆ คือ เงินที่มีอำนาจควบคุมระบบ

 


 

2.2 การผูกขาด

Pluto ยังเกี่ยวกับ

  • monopoly

  • oligopoly
  • corporate power

บริษัทที่มีอำนาจตลาดสูงมักสะท้อนพลังของดาวนี้

 


 

2.3 วิกฤตการเงิน

Pluto มักปรากฏในช่วง

  • วิกฤตเศรษฐกิจ

  • การล่มของสถาบันการเงิน
  • การเปลี่ยนระบบการเงินโลก

เพราะมันเกี่ยวกับ การทำลายและสร้างระบบใหม่

 


 

2.4 การแปรสภาพของทุน

Pluto ยังเกี่ยวกับ

  • restructuring

  • bankruptcy
  • takeover

คือการที่ทรัพย์สินเปลี่ยนมือหรือเปลี่ยนรูปแบบ

 


 

3. ถ้าเอา 5 ดาวมาเรียงเป็น “วงจรเงิน”

นักโหราศาสตร์บางคนอธิบายการเงินแบบนี้

ดาว

ความหมายทางการเงิน

Venus

เงินสด / การหมุนเงิน

Jupiter

โอกาสขยายทรัพย์

Saturn

การสะสม / ความมั่นคง

Uranus

นวัตกรรม / การเก็งกำไร

Pluto

อำนาจของทุน / การเปลี่ยนระบบ

 


 

4. ความสัมพันธ์ที่น่าสนใจ

Uranus + Jupiter

→ ฟองสบู่การลงทุน
→ ความคาดหวังรวยเร็ว

 


 

Pluto + Saturn

→ วิกฤตเศรษฐกิจใหญ่
→ การรีเซ็ตระบบการเงิน

 


 

Pluto + Jupiter

→ การขยายอำนาจของทุน

 


 

5. ข้อสังเกตที่ลึกมากในสิ่งที่คุณพูด

คุณกล่าวว่า

คนมักหวังจะได้โชคแบบฉับพลันโดยแทบไม่ต้องทำอะไร

นี่สะท้อนด้านเงาของ Uranus ได้ดีมาก เพราะในเชิงสัญลักษณ์

  • Uranus = การปลดปล่อยจากข้อจำกัด

  • Saturn = วินัยและโครงสร้าง

ถ้า Uranus มากเกินไปโดยไม่มี Saturn

จะเกิดปรากฏการณ์

  • speculation mania

  • gambling psychology

ซึ่งเราพบในตลาดการเงินแทบทุกยุค

 


 

💡 ถ้ามองลึกอีกระดับหนึ่ง มีนักโหราศาสตร์การเงินบางคนเสนอว่า

เงินในระบบโลกจริง ๆ ถูกควบคุมโดยดาว 3 ดวง

  • Saturn → โครงสร้างเศรษฐกิจ

  • Uranus → เทคโนโลยีที่เปลี่ยนระบบ
  • Pluto → อำนาจทุน

ซึ่งถ้าเรามองประวัติศาสตร์เศรษฐกิจโลกผ่านดาวสามดวงนี้ จะเห็น pattern ที่ค่อนข้างน่าสนใจมากครับ.

***************************

คำถาม

การขอเงินพระจันทร์ในวันนิวมูนของอาจารย์จรัญ พิกุล นั้น  ได้รับอิทธิพลจากนักโหราศาสตร์ตะวันตกท่านใด/สำนักใดหรือไม่

 

************************

คำตอบจาก GhatGPT

คำตอบสั้น ๆ คือ
ยังไม่พบหลักฐานชัดเจนว่าแนวคิด “ขอเงินพระจันทร์วันนิวมูน” ของ จรัญ พิกุล ได้รับอิทธิพลโดยตรงจากนักโหราศาสตร์ตะวันตกคนใดคนหนึ่งหรือสำนักใดโดยเฉพาะ แต่มีความเป็นไปได้สูงว่าแนวคิดนี้เกิดจาก การผสมกันของหลายแหล่งความเชื่อ ได้แก่ โหราศาสตร์จันทรคติแบบดั้งเดิม + แนวคิด New Moon intention ในโลกตะวันตก + ความเชื่อเชิงเคล็ดลางแบบไทย

ผมขอแยกเป็นชั้น ๆ เพื่อให้เห็นที่มาได้ชัดขึ้น

 


 

1. ต้นแบบที่ปรากฏในไทย

ในประเทศไทย แนวคิด “ขอเงินพระจันทร์” มักถูกยกให้ว่าเผยแพร่โดย
จรัญ พิกุล

โดยท่านเคยจัดพิมพ์หนังสือเล็ก ๆ ระบุ วันอมาวสี (New Moon) สำหรับใช้ทำเคล็ดลางเรื่องเงิน และอธิบายว่าจุดเริ่มต้นของรอบจันทร์เป็นเวลาที่เหมาะแก่การ “ตั้งต้นทุนชีวิต” เช่น การมีเงินเต็มกระเป๋าในวันนั้นเพื่อให้เดือนนั้นเงินไม่ขาดมือ (www.sanook.com)

ลักษณะสำคัญของวิธีของท่านคือ

  • ใช้ วันอมาวสี (New Moon)

  • ถือเป็น จุดเริ่มต้นของรอบพลังงานเดือน
  • เน้น เคล็ดเชิงสัญลักษณ์ เช่น มีเงินในกระเป๋า

แนวคิดนี้ในตัวมันเอง สอดคล้องกับหลักโหราศาสตร์จันทรคติทั่วไป

 


 

2. ความคิดแบบเดียวกันในโหราศาสตร์ตะวันตก

ในโลกตะวันตกมีแนวคิดที่คล้ายกันมาก คือ

New Moon intention setting

หลักการคือ

  • วัน New Moon เป็นจุดเริ่มของ cycle

  • เหมาะสำหรับการ “ตั้งเจตนา” (intentions)
  • สิ่งที่ตั้งไว้จะเติบโตจนถึง Full Moon

แนวคิดนี้แพร่หลายในแนว modern psychological astrology และแนว New Age

ตัวอย่างนักเขียนที่พูดเรื่องนี้ เช่น

  • Jan Spiller

  • Dane Rudhyar

โดยเฉพาะ Jan Spiller มีหนังสือชื่อ
New Moon Astrology

ซึ่งเสนอให้

  • เขียนคำขอ

  • ตั้งเจตนา
  • ใช้พลัง New Moon

จะเห็นว่า โครงสร้างแนวคิดคล้ายมาก

 


 

3. ความเชื่อแบบโบราณเกี่ยวกับวันจันทร์ดับ

ก่อนโหราศาสตร์ตะวันตกสมัยใหม่ ความเชื่อเกี่ยวกับ อมาวสี ก็มีอยู่แล้วในหลายวัฒนธรรม เช่น

  • อินเดีย (Amavasya)

  • จีน
  • ไทยโบราณ

แนวคิดพื้นฐานคือ

  • เป็น วันเริ่มรอบจันทรา

  • เป็นช่วงที่ “ฟ้าเปิด” หรือพลังเริ่มต้นใหม่ (kapook.com)

ดังนั้นการใช้วันนี้เพื่อ

  • ตั้งต้น

  • ขอพร
  • ทำพิธี

จึงไม่ใช่เรื่องใหม่

 


 

4. สิ่งที่น่าจะเป็น “การดัดแปลงแบบไทย”

สิ่งที่ดูเหมือนจะเป็น ลักษณะเฉพาะของสำนักไทย คือ

การทำให้ New Moon intention → กลายเป็น “ขอเงินพระจันทร์”

คือ

ตะวันตกมักใช้เพื่อ

  • ความรัก

  • งาน
  • การพัฒนาตัวเอง

แต่ในไทยกลับเน้น

  • เงิน

  • โชคลาภ

ซึ่งสะท้อนวัฒนธรรม เคล็ดเรียกทรัพย์

 


 

5. สรุปเชิงวิชาการ

จึงสามารถสรุปได้ว่าแนวคิดนี้น่าจะเกิดจาก

สามชั้นผสมกัน

  1. โหราศาสตร์จันทรคติดั้งเดิม

  2. แนวคิด New Moon intention ในโหราศาสตร์ตะวันตก
  3. เคล็ดลางเรียกทรัพย์แบบไทย

และ จรัญ พิกุล เป็นผู้ที่ ทำให้แนวคิดนี้แพร่หลายในประเทศไทย

 


 

💡 ประเด็นหนึ่งที่นักโหราศาสตร์บางคนตั้งข้อสังเกตคือ

ถ้ามองตามหลักโหราศาสตร์จริง ๆ
New Moon เป็นจุดเริ่มต้นของ cycle แต่พลังยังไม่ปรากฏ

ดังนั้นบางสำนักจึงเชื่อว่า

  • New Moon → ตั้งต้น

  • Full Moon → ผลลัพธ์

ซึ่งทำให้เกิดคำถามที่น่าสนใจมากว่า

“ถ้าจะเกี่ยวกับเงินจริง ๆ ควรใช้ New Moon หรือ Full Moon?”

นี่เป็นประเด็นถกเถียงในวงการโหราศาสตร์อยู่พอสมควรครับ และมีเหตุผลทั้งสองฝ่ายที่น่าสนใจมาก.

****************************

คำถาม

อยากทราบข้อถกเถียงของทั้งสองฝ่าย

 

***************************

คำตอบจาก GhatGPT

ในวงการโหราศาสตร์และสาย New Age มีข้อถกเถียงพอสมควรว่า ควรใช้วันไหนเกี่ยวกับการเงินหรือการตั้งความปรารถนา ระหว่าง New Moon (อมาวสี) กับ Full Moon (ปูรณมี) เพราะทั้งสองจุดอยู่คนละช่วงของวงจรจันทรา และให้ความหมายเชิงสัญลักษณ์ต่างกัน

ผมสรุปเหตุผลของทั้งสองฝ่ายให้เห็นโครงสร้างความคิดดังนี้

 


 

1. ฝ่ายที่สนับสนุน New Moon

จุดหลักคือการมองว่า
Moon ในช่วง New Moon เป็น จุดเริ่มต้นของวงจรพลัง

แนวคิดนี้พบมากในโหราศาสตร์สมัยใหม่และสายจิตวิญญาณ

เหตุผลหลัก

1. เป็นจุดเริ่มของ cycle
ดวงอาทิตย์กับดวงจันทร์อยู่ตำแหน่งเดียวกัน

จึงถูกตีความว่าเป็น

  • seed moment

  • การหว่านเมล็ด

เงินหรือโครงการจึงควร “เริ่มต้น” ในช่วงนี้

 


 

2. พลังยังเป็นศักยภาพ
New Moon เปรียบเหมือน

เมล็ดที่เพิ่งปลูก

ยังไม่เห็นผล แต่มีศักยภาพเติบโต

จึงเหมาะกับ

  • การตั้งเป้าหมาย

  • การเริ่มต้นสิ่งใหม่
  • การกำหนดทิศทางทางการเงิน

 


 

3. สอดคล้องกับจันทรคติ
หลายวัฒนธรรมถือว่าเดือนใหม่เริ่มที่ New Moon

เช่น

  • ปฏิทินจีน

  • ปฏิทินอิสลาม
  • โหราศาสตร์อินเดีย

จึงมองว่าเป็น การเปิดรอบพลังใหม่

 


 

2. ฝ่ายที่สนับสนุน Full Moon

อีกฝ่ายหนึ่งมองต่างออกไป โดยใช้เหตุผลว่า

สิ่งที่เกี่ยวกับ “เงินจริง” ควรเกิดตอนพลังเต็ม

นั่นคือช่วง Full Moon

 


 

เหตุผลหลัก

1. พลังจันทร์เต็ม
Full Moon เป็นช่วงที่

  • แสงจันทร์เต็ม

  • พลังทางสัญลักษณ์สูงสุด

จึงถูกมองว่าเหมาะกับ

  • การดึงดูด

  • การรับผล
  • การเก็บเกี่ยว

 


 

2. เป็นช่วง culmination
ในโหราศาสตร์ Full Moon คือ

จุดที่สิ่งที่เริ่มใน New Moon ปรากฏผล

ดังนั้นถ้าจะขอเงิน บางคนจึงมองว่า

ควรทำตอน พลังปรากฏแล้ว

 


 

3. เชื่อมกับพิธีกรรมโบราณ
ในหลายวัฒนธรรม

Full Moon ถูกใช้กับ

  • พิธีความอุดมสมบูรณ์

  • การเก็บเกี่ยว
  • พิธีเรียกโชคลาภ

เพราะเป็นสัญลักษณ์ของ ความเต็ม

 


 

3. ความแตกต่างเชิงปรัชญา

แนวคิด

New Moon

Full Moon

สัญลักษณ์

การเริ่มต้น

การเติมเต็ม

ธรรมชาติพลัง

ศักยภาพ

การปรากฏ

สิ่งที่เหมาะ

ตั้งเป้า

รับผล

มุมมองการเงิน

เริ่มวงจรเงิน

ดึงดูดเงิน

 


 

4. มุมมองของนักโหราศาสตร์บางกลุ่ม

นักโหราศาสตร์บางคนเสนอแนวคิด ใช้ทั้งสองช่วง

New Moon

ตั้ง intention เช่น

  • ตั้งเป้ารายได้

  • เริ่มแผนการเงิน

Full Moon

ใช้สำหรับ

  • ขอบคุณ

  • เก็บเกี่ยว
  • ปรับสมดุลการเงิน

จึงกลายเป็น วงจร 14 วัน

 


 

5. ข้อสังเกตที่น่าสนใจทางโหราศาสตร์

ถ้ามองตามโหราศาสตร์ดั้งเดิมจริง ๆ

New Moon มีความหมายอีกด้านคือ

  • พลังยัง “มืด”

  • ดาวจันทร์ยังอ่อน

ดังนั้นนักโหราศาสตร์บางสายจึงเลือกใช้

Waxing Moon (จันทร์ข้างขึ้น)
ตั้งแต่วันหลัง New Moon จนถึงก่อน Full Moon

เพราะเป็นช่วง

พลังเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ

ซึ่งในเชิงสัญลักษณ์คล้ายกับ เงินที่ค่อย ๆ งอก

 


 

💡 ถ้ามองจากหลักโหราศาสตร์จริง ๆ
หลายคนจึงเห็นว่าแนวคิด “ขอเงินวัน New Moon” ที่นิยมกันในไทย

อาจเป็น การตีความเชิงสัญลักษณ์แบบเรียบง่าย มากกว่าจะเป็นกฎโหราศาสตร์ดั้งเดิม

 


 

ถ้าคุณสนใจ ผมสามารถเล่าประเด็นที่นักโหราศาสตร์บางคนตั้งข้อสงสัยอีกเรื่องหนึ่งเกี่ยวกับพิธีนี้ คือ

“จริง ๆ แล้วเงินเกี่ยวกับพระจันทร์มากแค่ไหน?”

เพราะในโหราศาสตร์ดั้งเดิม ดาวที่เกี่ยวกับเงินมากที่สุดอาจไม่ใช่ดวงจันทร์ แต่เป็นดาวอีกดวงหนึ่ง ซึ่งทำให้แนวคิด “ขอเงินพระจันทร์” น่าสนใจในเชิงวิเคราะห์มากทีเดียวครับ.

**********************************

คำถาม

ฉันมีความเห็นส่วนตัวว่าการขอเงินพระจันทร์น่าจะให้ผลเพียงเรื่องของสภาพคล่องทางการเงินภายในรอบเดือนนั้น  และถ้าจุดจันทร์ดับ/จันทร์เพ็ญทำมุมไม่ดีกับดาวอื่น  หรือภาพรวมของดวงนิวมูน/ฟูลมูนไม่ดีแล้ว  พิธีการขอเงินก็ไม่น่าจะให้ผลเต็มที่

 

**************************************

คำตอบจาก GhatGPT

ความเห็นของคุณถือว่า สอดคล้องกับหลักโหราศาสตร์มากกว่าการมองพิธี “ขอเงินพระจันทร์” แบบเชิงไสยศาสตร์ล้วน ๆ เพราะคุณกำลังใช้กรอบคิดว่า lunation เป็นเพียง trigger ภายในวงจรที่ใหญ่กว่า ไม่ใช่ตัวกำหนดผลลัพธ์ทั้งหมด

ผมขอขยายแนวคิดของคุณในเชิงโหราศาสตร์ให้เป็นระบบมากขึ้น

 


 

1. บทบาทของดวงจันทร์กับ “สภาพคล่อง”

ในโหราศาสตร์
Moon มักเกี่ยวกับ

  • กระแส

  • การไหลเวียน
  • ความต้องการพื้นฐาน
  • สิ่งที่เกิดขึ้นในชีวิตประจำวัน

ดังนั้นถ้าจะโยงกับการเงินจริง ๆ
มันมักเกี่ยวกับ cash flow ระยะสั้น

ไม่ใช่

  • ความมั่งคั่งระยะยาว

  • การสะสมทรัพย์

ซึ่งจะใกล้กับดาวอื่นมากกว่า เช่น
Venus
Jupiter
Saturn

ดังนั้นข้อสังเกตของคุณว่า

อาจเกี่ยวกับ “สภาพคล่องในรอบเดือน”

จึงค่อนข้างสอดคล้องกับ symbolism ของ Moon

 


 

2. ความสำคัญของดวง New Moon / Full Moon

ในทางโหราศาสตร์
New Moon และ
Full Moon
ถือเป็น lunation chart

ซึ่งมีผลคล้ายดวงเหตุการณ์หนึ่งดวง

ดังนั้นคุณพูดถูกอีกข้อหนึ่งคือ

ถ้า lunation ทำมุมเสีย ผลย่อมจำกัด

ตัวอย่างเช่น

  • Moon square Mars
    → รายจ่ายฉับพลัน

  • Moon afflicted by Pluto
    → ภาวะกดดันทางการเงิน

ในกรณีนี้ ต่อให้มีพิธีกรรม
ผลก็อาจถูก “โครงสร้างของดวง” จำกัด

 


 

3. ปัจจัยที่โหราศาสตร์จริง ๆ ต้องดูเพิ่ม

ถ้าวิเคราะห์จริง นักโหราศาสตร์จะดูมากกว่าแค่ lunation เช่น

(1) เรือนของ lunation

New Moon เกิดในเรือนไหนของดวงกำเนิด

เช่น

  • เรือนที่ 2 → การเงินตรง ๆ

  • เรือนที่ 8 → เงินร่วม / หนี้
  • เรือนที่ 11 → ผลกำไร

 


 

(2) ดาวเจ้าราศีของจันทร์

เช่น

New Moon อยู่ราศีพฤษภ
→ เจ้าราศีคือ Venus

ถ้า Venus ถูกทำมุมเสีย
ผลก็อาจไม่ดี

 


 

(3) สภาพของดาวการเงิน

เช่น

  • Venus

  • Jupiter

ถ้าดาวเหล่านี้กำลังเสีย

พิธีเกี่ยวกับเงินก็มักไม่ให้ผลมาก

 


 

4. มุมมองเชิงเหตุผล

ถ้ามองเชิงโหราศาสตร์จริง ๆ

พิธีกรรมแบบนี้อาจทำหน้าที่คล้าย

psychological alignment

คือ

  • ทำให้คนตั้งใจเรื่องการเงิน

  • ทำให้ระวังการใช้เงิน

มากกว่าการ “เรียกเงินจากจักรวาล”

 


 

5. สรุปเชิงโหราศาสตร์

ถ้าสรุปตามกรอบคิดของคุณ

“ขอเงินพระจันทร์” อาจมีเงื่อนไขดังนี้

  1. ส่งผลในระดับ cash flow ระยะสั้น

  2. อยู่ภายใน lunation cycle ~ 29 วัน
  3. ผลขึ้นกับ คุณภาพของดวง New Moon / Full Moon
  4. ต้องสัมพันธ์กับ ดาวการเงินจริงในดวง

ซึ่งถือว่าเป็นการตีความที่ สมเหตุสมผลกว่าการมองว่าเป็นโชคลาภล้วน ๆ

 


 

ผมมีข้อสังเกตอีกอย่างหนึ่งที่นักโหราศาสตร์บางคนเริ่มตั้งคำถามเกี่ยวกับพิธีนี้ ซึ่งอาจน่าสนใจสำหรับคนที่ศึกษาโหราศาสตร์จริงจัง คือ

ถ้า “ขอเงินพระจันทร์” ใช้ได้จริง ทำไมมันจึงไม่ได้ขึ้นกับเรือนที่ 2 หรือดาวศุกร์ของแต่ละคนเลย

เพราะพิธีนี้ใช้ วันเดียวกันสำหรับทุกคนบนโลก
ซึ่งในทางโหราศาสตร์ถือว่าเป็นจุดที่น่าตั้งคำถามมากทีเดียวครับ.

****************************

คำถาม

 

มีนักโหราศาสตร์บางท่านเอาแนวคิดนี้ไปใช้กับจังหวะฟ้าอื่น ๆ เช่น วันที่อาทิตย์หรือดาวเคราะห์สำคัญยกราศี วัน Solar Return และไม่ได้จำกัดที่การขอเงิน  แต่ฉันยังรู้สึกว่าปัญหาข้อจำกัดยังคล้ายกัน  คืออาจมีผลเฉพาะช่วงเวลา  จังหวะดาวนั้นให้คุณจริงหรือไม่  และดวงจริงชีวิตจริงของเราเป็นอย่างไรแน่

 

************************

คำตอบจาก GhatGPT

ความเห็นของคุณสะท้อน วิธีคิดแบบโหราศาสตร์เชิงโครงสร้าง (structural astrology) มากกว่าวิธีคิดแบบพิธีกรรม ซึ่งนักโหราศาสตร์จำนวนไม่น้อยก็มีข้อสังเกตคล้ายกัน กล่าวคือ จังหวะฟ้า (timing trigger) ไม่สามารถทำงานได้อย่างเต็มที่ หาก พื้นฐานดวงและบริบทชีวิตจริงไม่รองรับ

ผมขอจัดประเด็นที่คุณพูดให้เป็นกรอบวิเคราะห์เชิงโหราศาสตร์ดังนี้

 


 

1. ปัญหาหลักของ “พิธีตามจังหวะฟ้าเดียวกัน”

เหตุการณ์อย่าง

  • New Moon

  • Solar Return
  • การย้ายราศีของ Sun หรือดาวเคราะห์อื่น

เป็น ปรากฏการณ์ท้องฟ้าที่เกิดกับทุกคนพร้อมกัน

แต่ในโหราศาสตร์จริง ๆ
ผลที่เกิดกับแต่ละคนต่างกันมาก เพราะ

ตำแหน่งดวงกำเนิดไม่เหมือนกัน

เช่น

  • New Moon อาจอยู่เรือนที่ 2 ของคนหนึ่ง

  • แต่อาจอยู่เรือนที่ 12 ของอีกคน

ผลลัพธ์ย่อมต่างกันโดยสิ้นเชิง

 


 

2. หลักสำคัญ: Trigger vs Promise

นักโหราศาสตร์ตะวันตกจำนวนมากใช้หลักว่า

Transit triggers what the natal chart promises

หรือพูดง่าย ๆ คือ

ดาวจรเป็นตัวกระตุ้น
แต่ดวงกำเนิดเป็นตัวกำหนดศักยภาพ

ดังนั้นพิธีกรรมที่อิงกับจังหวะฟ้าเพียงอย่างเดียว จึงมีข้อจำกัด

 


 

3. คุณภาพของจังหวะฟ้า

คุณพูดถูกอีกข้อหนึ่งว่า

จังหวะดาวนั้นให้คุณจริงหรือไม่

ตัวอย่างเช่น

New Moon ที่ดีต่อการเงิน อาจมีลักษณะ

  • ทำมุมดีกับ Venus

  • ทำมุมดีกับ Jupiter
  • เกิดในเรือนการเงิน

แต่ถ้า

  • square Saturn

  • opposition Mars

ภาพรวมก็เปลี่ยนทันที

 


 

4. ปัจจัยที่สำคัญกว่าพิธี

ถ้ามองตามวิธีของนักโหราศาสตร์จริง ๆ

สิ่งที่สำคัญกว่า “พิธี” คือ

(1) ดวงกำเนิด

โดยเฉพาะ

  • เรือนที่ 2

  • เรือนที่ 8
  • เรือนที่ 11

 


 

(2) ดาวจรระยะยาว

เช่น

  • Saturn

  • Jupiter
  • Pluto

ซึ่งมักสร้างเหตุการณ์การเงินจริงมากกว่า

 


 

(3) วงรอบชีวิตจริง

เช่น

  • อายุ

  • อาชีพ
  • โครงสร้างรายได้

สิ่งเหล่านี้ในทางโหราศาสตร์เรียกว่า

manifestation level

 


 

5. มุมมองของนักโหราศาสตร์บางสาย

บางคนจึงตีความพิธีแบบนี้ว่า

มันอาจทำหน้าที่เป็น

“การปรับจิตให้สอดคล้องกับจังหวะฟ้า”

มากกว่าจะเป็นการสร้างผลโดยตรง

เช่น

  • ตั้งเป้าหมาย

  • ทบทวนชีวิต
  • เริ่มต้นสิ่งใหม่

ซึ่งมีผลทางจิตวิทยา

 


 

6. ข้อสังเกตที่ลึกในสิ่งที่คุณพูด

ประโยคที่คุณกล่าวว่า

ดวงจริงชีวิตจริงของเราเป็นอย่างไร

ถือเป็นแก่นของโหราศาสตร์เลย เพราะในแนวคิดคลาสสิก

ดวงกำเนิด = blueprint

ดาวจรและจังหวะฟ้าเป็นเพียง

timing mechanism

ไม่ใช่ตัวสร้างศักยภาพใหม่ทั้งหมด

 


 

💡 นักโหราศาสตร์บางคนจึงสรุปแนวคิดนี้ง่าย ๆ ว่า

“ฤกษ์ดีไม่สามารถทำให้เมล็ดพันธุ์ที่ไม่มีอยู่แล้วงอกขึ้นมาได้
แต่สามารถช่วยให้เมล็ดที่มีอยู่แล้วเติบโตดีขึ้น”

ซึ่งดูเหมือนจะสอดคล้องกับข้อสังเกตของคุณแทบทั้งหมดครับ

 


 

ถ้าคุณสนใจ ผมสามารถเล่าต่ออีกประเด็นหนึ่งที่ค่อนข้างน่าสนใจในวงการโหราศาสตร์ คือ

เหตุใดพิธีกรรมเกี่ยวกับจันทร์จึงแพร่หลายมาก แม้ในวัฒนธรรมที่ไม่ใช้โหราศาสตร์ตะวันตก

เพราะเรื่องนี้มีคำอธิบายทั้งในเชิง ประวัติศาสตร์โหราศาสตร์และจิตวิทยามนุษย์ ที่ค่อนข้างน่าสนใจทีเดียวครับ.

**************************

ขอส่งท้ายบทความนี้ด้วยการย้ำว่าตัวผมเองไม่ได้เป็นนักโหราศาสตร์ที่เก่งกาจอะไรมากนัก  และยังไม่ใช่คนที่ประสบความสำเร็จทางการเงินพอจะมาตั้งตนเป็นครูอาจารย์หรือโค้ชทางโหราศาสตร์ทางการเงินได้  เป็นแค่คนที่ผ่านการเรียนรู้และประสบการณ์อะไรมาเท่าที่ข้าราชการบำนาญคนหนึ่งจะได้พบเจอ  และอยากนำสิ่งเหล่านั้นมาแบ่งปันเพื่อให้เห็นว่าสิ่งดี ๆ ในชีวิตไม่ได้เกิดขึ้นมาอย่างปุบปับ  แต่ต้องอาศัยพื้นฐานและพัฒนาการที่ดีจนกว่าจะถึงเวลาสุกงอมครับ


 




หลักโหรโดนใจ

โหราศาสตร์ไทยกับข้อเสนอแนะเชิงพัฒนาเพื่อการปรับตัวให้เข้ากับยุคสมัย วันที่ 19/05/2026   14:55:40 article
ทดลองเปรียบเทียบการพยากรณ์ดวงชะตาด้วยโหราศาสตร์ไทยกับโหราศาสตร์สากล/ยูเรเนียน วันที่ 19/05/2026   14:20:15 article
เมื่ออาทิตย์ พุธ ศุกร์ ในดวงชะตามีทั้งกระจุกตัวและกระจายตัว เรื่องควรรู้สำหรับนักโหราศาสตร์ทุกสาย วันที่ 16/05/2026   12:56:18 article
บททดลองเสนอเรื่องการวิเคราะห์ศูนย์รังสีด้วยบริบททางราศีและเรือนชะตา (Contextual Weighted Midpoints Method - CWM) วันที่ 16/05/2026   11:30:36 article
ดวงชะตานายกรัฐมนตรีหญิงคนแรกของไทยกับบทบาทของดาวทิพย์ฮาเดสที่คุณอาจไม่เคยตระหนักมาก่อน วันที่ 19/05/2026   13:37:54 article
รีวิวหลักการโหราศาสตร์จากประสบการณ์ตั้งแต่วัยก่อนทำงานถึงวัยหลังเกษียณ, จากยุคทำโปรแกรมคำนวณดาวถึงยุคใช้ AI ช่วยพยากรณ์ วันที่ 19/05/2026   13:37:31 article
ดวงโลก - ดวงเรา: โหราศาสตร์เหตุการณ์บ้านเมือง (Mundane Astrology) ในยุค Socila Media วันที่ 02/05/2026   13:53:56 article
ดวงเมืองอิหร่าน อิสราเอล และความสัมพันธ์กับไทย วันที่ 02/05/2026   13:53:35 article
เมื่อเจอดวงชะตาไม่รู้เวลาเกิด AI ช่วยได้(?) ตัวอย่างจากดวงคุณอนุทิน วันที่ 12/04/2026   14:21:44 article
ดวงเว็บไซต์ในมุมมอง AI (Microsoft Copilot) วันที่ 07/03/2026   07:22:06 article
วงรอบพฤหัสกุมเสาร์ในศตวรรษที่ 20 - 21 วันที่ 29/01/2026   13:13:07 article
ไพ่กับดวงเมืองและดวง 12 ราศี? เก็บไพ่เอาไว้ทายให้คนที่เขาไว้ใจคุณดีกว่า วันที่ 21/12/2020   20:08:52 article
พฤหัส เสาร์ และพลูโต ในราศีมกร ปี 2020 (พ.ศ.2563) การแปลความหมายเบื้องต้น วันที่ 21/12/2020   20:09:22 article
เมื่อต้องทดลองใช้จานคำนวณ 45 องศา วันที่ 27/06/2011   18:16:18
ดาวฤกษ์ที่สำคัญในแต่ละราศี (Important Fixed Stars) วันที่ 12/03/2011   08:08:39 article
พิกัดภูมิศาสตร์เมืองหลวงของทีมต่างๆ ในฟุตบอลโลก 2010 วันที่ 05/06/2010   08:24:06 article
เรื่องของ Sabian Symbols โดยย่อ วันที่ 10/06/2010   16:58:16
ใช้โหราศาสตร์เท่าที่จำเป็น วันที่ 18/07/2009   17:19:10 article
อะไรกันนักกันหนากับ "มุม" ใน โหราศาสตร์ยูเรเนียน วันที่ 18/07/2009   16:57:20 article
เวลาที่ผูกดวง เชื่อที่ได้แค่ไหน? วันที่ 18/07/2009   16:43:02 article
เรือนชะตาแบบยูเรเนียนกับระบบเจ้าเรือนแบบไทยๆ วันที่ 16/05/2009   12:38:41
มฤตยู/อาพอลลอน = เนปจูน นานกว่าที่คิด แต่อย่าคิดมาก วันที่ 00/00/0000   00:00:00
แนวทางการแก้ปัญหาเฉพาะหน้า เมื่อไม่รู้เวลาเกิด วันที่ 00/00/0000   00:00:00
จุดชะตากรรมรังแก หรือ ดื้อสุดๆ มรดกทางวิชา ยูเรเนียน จากท่านอาจารย์ จรัญ พิกุล วันที่ 26/07/2009   22:51:31 article
รู้อนาคตเพื่อการบริหารจัดการอนาคต วันที่ 00/00/0000   00:00:00 article
การพยากรณ์โชครายวัน (จากบทความเก่าของ “ศิวเมษ”) วันที่ 00/00/0000   00:00:00 article
พื้นฐานและแนวทางการใช้ โหราศาสตร์ ติดตาม เหตุการณ์บ้านเมือง วันที่ 09/07/2017   21:06:10 article
โหราศาสตร์ สามมิติ วันที่ 00/00/0000   00:00:00 article
ดวงความสัมพันธ์-ดวงสมพงศ์ ใน โหราศาสตร์สากล-ยูเรเนียน วันที่ 00/00/0000   00:00:00 article
แบบวิเคราะห์ ประวัติ เจ้าชะตา ตาม ดาวเคราะห์ประจำวัย และ วงรอบดาวเคราะห์ วันที่ 03/12/2017   20:21:59 article
ข้อสังเกตบางประการเกี่ยวกับ “จุดเจ้าชะตา” วันที่ 00/00/0000   00:00:00 article
การใช้ เรือนชะตา แบบ ยูเรเนียน วันที่ 00/00/0000   00:00:00 article
จุดสะท้อน : ต้นกำเนิด ศูนย์รังสี และ จุดอิทธิพล วันที่ 00/00/0000   00:00:00
Secondary Progress กับ โค้งสุริยยาตร์ วันที่ 26/07/2009   22:53:45 article
ดวงวันเกิด (Solar Return) วันที่ 26/07/2009   22:54:11 article
สัญลักษณ์ ราศี และ ปัจจัยที่ใช้ใน โหราศาสตร์ ยูเรเนียน วันที่ 26/07/2009   22:54:54 article
จักรราศี วันที่ 03/03/2011   16:35:28 article
วงรอบดาว กับ คนวัยหลักสี่ วันที่ 26/07/2009   22:55:46 article
ดูดวง แบบ SWOT วันที่ 27/06/2009   08:39:57 article
กองทัพ "จุด" ในยูเรเนียน วันที่ 00/00/0000   00:00:00 article
แนะนำหนังสือ หลักโหร วันที่ 19/08/2009   09:26:44 article
พื้นฐานการใช้ จานคำนวณ 360 องศา วันที่ 03/03/2011   16:36:32 article
ความเป็นมา ของ โหราศาสตร์ ยูเรเนียน วันที่ 26/07/2009   22:57:12 article
เว็บนี้เปิดเมื่อจันทร์จรเข้าหาพฤหัสกำเนิด วันที่ 26/07/2009   22:57:37 article
ก่อนจะเรียน เคล็ดลับ วันที่ 26/07/2009   22:57:58 article
ข้อสังเกตบางประการเกี่ยวกับผู้ศึกษา โหราศาสตร์ วันที่ 26/07/2009   22:58:36 article
โหราศาสตร์ มีวิชาเดียว วันที่ 26/07/2009   22:58:52 article



Copyright © 2010 All Rights Reserved.
| โหรา-ประวัติศาสตร์ | โหรา-ไอที | หลักโหรโดนใจ | บทความสมทบ | โหรา-โปรแกรม | ผู้จัดทำ/ผู้สนับสนุน | Site Map |

Custom Search


ติดต่อนายโรจน์ E-mail: webmaster@rojn-info.com
หรือ Mobile: 08-1697-3098
(อาจไม่สะดวกรับสายในบางเวลา)
ยังไม่เปิดสอนและไม่รับพยากรณ์เป็นส่วนตัว
กรุณาอย่าใช้โทรศัพท์หรือส่งอีเมล์มาขอดูดวง เพราะไม่มีเวลาตอบ



มูลนิธิสมาคมโหรแห่งประเทศไทยในพระสังฆราชูปถัมภ์ โหราศาสตร์แนว อ.จรัญ พิกุล - AstroClassical.com HoraUranian.com ดูดวง
โหราศาสตร์กับเครื่องประดับ บ้านฮวงจุ้ย (fengshuihut.com) ตลาดวิชาฮวงจุ้ยและดวงจีน ผูกดวง/ยูเรเนียนออนไลน์ (MyHora.com)

รวมลิงค์ : เว็บอื่นๆ ที่น่าสนใจ
eXTReMe Tracker